JUST SAY KNOW!

July 29, 2016

Red-handed

 

no-no-clipart-1.jpg

Petitioning สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.)

คัดค้าน ร่าง พรบ.กำลังพลสำรองอย่างถาวร

ไทยแลนด์บีบอยอิ่งสตรีท

SIGN THE PETITION: https://www.change.org/p/สภานิติบัญญัติแห่งชาติ-คัดค้าน-ร่าง-พรบ-กําลังพลสํารองอย่างถาวร?recruiter=24724489

VdcMAIYJywOleDH-800x450-noPad

หลายคนอาจทราบข่าวแล้วว่าเมื่อต้นเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีมติเห็นชอบผ่านร่าง ...กำลังพลสำรอง เนื้อหาสรุปง่ายๆ คือ ชายไทยที่เคยผ่านการเกณฑ์ทหาร ผ่านการเรียนรักษาดินแดน (รด.) หรือผ่านการเกณฑ์ทหาร เพราะจับได้ใบดำ สามารถถูกเรียกตัวให้กลับมาฝึกทหารอีกครั้งในฐานะกำลังพลสำรอง

ขอย้ำว่า กำลังพลสำรองนี้เป็นคำสั่งไม่ได้ขึ้นอยู่กับความสมัครใจ ผู้ที่ไม่ปฏิบัติตามก็มีบทลงโทษสูงสุดอยู่ที่จำคุก 4 ปี

ตอนนี้บ้านเรามีทหารประจำการอยู่ 350,000 นาย มีทหารกองหนุนอยู่ประมาณ 12,000,000 คน โดยรัฐบาลเห็นว่ามีความจำเป็นต้องกระดมพลสำรองจำนวน 2.5 เปอร์เซ็นต์ หรือราว 45,000 คนต่อปี เข้ารับการฝึกทหาร (โดนกันหมดทุกคนครับ

คนที่ผ่านการเกณฑ์ทหารแล้ว หรือผู้ที่ได้รับยกเว้นเนื่องจากเรียน รด. ที่มีอายุไม่เกิน 40 ปี หรือ ทหารกองหนุนที่มีอายุตั้งแต่ 40-60 ปี)

ถึงจะมีการบอกว่าจะเรียกกำลังพลสำรองในกรณีภัยพิบัติเพื่อป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ช่วงภาวะสงคราม หรือกรณีมีการประกาศกฎอัยการศึกขอถามว่าเรามีความจำเป็นถึงขนาดนั้นแล้วหรือ? และการเพิ่มปริมาณแทนที่จะเพิ่มคุณภาพนี่คือทางออกที่ดีที่สุดแล้ว?  

ถ้าร่างพรบ.นี้ถูกประกาศใช้เชื่อว่า ปัญหาจะตามมา ทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคม เชื่อว่าในจำนวน 12,000,000 คนของผู้ที่มีสิทธิโดนหมายเรียก ตอนนี้พวกเขาก็มีหน้าที่การงานของตัวเองกันหมดแล้ว และทำอาชีพ มีส่วนในการพัฒนาประเทศไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง

แต่ที่ไม่ถูกต้องคือ ทำไมจะต้องบังคับให้ทุกคนเป็นทหาร

กลุ่มของพวกเราขอเป็นตัวแทนเสียงของชายไทย และผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับร่างพรบ.ฉบับนี้ เราไม่ต้องการให้มีการซ้ำเติมผู้ที่บากบั่นเรียนรด.มา 3 ปี จับได้ใบดำ หรือผู้ที่เกณฑ์ทหาร ประเทศชาติต้องการสิทธิมนุษยชนที่เท่าเทียมกัน ทุกคนมีอาชีพเป็นหลักเป็นแหล่ง ทุกคนต่างมีความฝันของตัวเอง กลุ่มของเราอยากทำเพื่อประเทศชาติไปแข่งขันบีบอยในเวทีนานาชาติ แล้วถ้าวันหนึ่งเราถูกเรียกตัวเป็นกำลังพลสำรอง เราก็ไม่สามารถเป็นตัวแทนชาติได้กรุณาอย่าดับฝันของเรา

พวกเราขอคัดค้าน ร่าง พรบ.กำลังพลสำรองอย่างถาวร

โปรดทุกท่านร่วมลงชื่อสนับสนุน

[แหล่งข้อมูลจาก iLaw Thairath และ Voice TV ]

Petitioning The Government of Thailand

ต่อต้านการตั้งซิงเกิลเกตเวย์ Go against Thai govt to use a Single Internet Gateway.

SIGN THE PETITIONhttps://www.change.org/p/thai-govt-ต่อต้านการตั้งซิงเกิลเกตเวย์-stop-proposed-plan-for-single-internet-gateway

Coconut Shell Thailand

Single gateway

ถ้าตั้ง Single Gateway จริง ท่านจะพบเจอกับอะไร?

  • การถูกบล็อก แบน สแกน และตรวจสอบทุกการใช้งานในอินเตอร์เนตจากรัฐบาล
  • รัฐบาลสามารถป้องกันการเข้าถึงเว็บไซต์ที่ไม่ต้องการให้เข้าได้ เหมือนประเทศจีน ที่ไม่อนุญาตให้เข้า Facebook หรือสื่อ Social Network ที่รัฐไม่ต้องการให้ประชาชนเข้าถึง
  • การติดต่อสื่อสารทางอินเตอร์เนตทุกอย่างจะขึ้นอยู่กับระบบเดียว และถ้าระบบนั้นถูกโจมตีจนล้มเหลวนั่นหมายถึงระบบอินเตอร์เนตที่ต้องพินาศทั้งประเทศ
  • ความเชื่อมั่นของต่างชาติเกี่ยวกับระบบความมั่นคงและปลอดภัยของการให้บริการอินเตอร์เนตต่ำถึงขีดสุด เพราะหน่วยงานเอกชนสามารถถูกล้วงลูกโดยรัฐบาลได้ตลอดเวลา

Single Gateway คืออะไร?

เริ่มจากคำว่าเกตเวย์ก่อน เกตเวย์ถ้าแปลเป็นภาษาไทยง่ายๆก็คือประตูทางผ่าน ศัพท์ในวงการไอทีหมายถึงจุดที่เป็นเสมือนประตูเชื่อมระหว่างเครือข่ายหนึ่งไปยังอีกเครือข่ายหนึ่ง และเป็นตัวที่เชื่อมต่อโครงข่ายของแต่ละประเทศเข้าด้วยกัน

สมมุติว่าเราเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตกับเซิฟเวอร์ ปัจจุบันจะต้องผ่าน International internet gateway (IIG) ในประเทศเล็กๆ หรือประเทศที่ต้องการควบคุมผู้ใช้งานอินเตอร์เน็ตอย่างเช่น จีน ผู้ให้บริการ IIG จะมีเพียงเจ้าเดียวเท่านั้น ซึ่งก่อนหน้านี้ไทยก็เคยใช้ระบบนี้ตอนที่อินเตอร์เน็ตยังไม่แพร่หลายมากนัก คือเวลาต่ออินเตอร์เน็ต ทุกจุดเชื่อมต่อก็จะต้องมารวมที่ กสท ซึ่งเป็นผู้ให้บริการ IIG แต่ในปัจจุบัน หลังวิกฤติปี 40 ไอเอ็มเอฟก็ได้สั่งให้เราเปิดเสรีโทรคมนาคม ทำให้เกตเวย์ในไทยเพิ่มมากขึ้นจนตอนนี้มีถึงสิบกว่าเกตเวย์แล้ว

เพราะฉะนั้น Single Gateway เปรียบเสมือนการใช้ประตูเพียงบานเดียว เข้าออก ทำให้การใช้งานอินเตอร์เน็ตง่ายต่อการควบคุมโดยภาครัฐ

ทำไมรัฐจะกลับมาใช้ Single Gateway?

อย่างที่กล่าวไปแล้ว Single Gateway คือประตูเพียงบานเดียว คือไม่ว่าอินเตอร์เน็ตภายในประเทศจะเชื่อมกันกี่หมื่นกี่พันเส้น แต่ทางออกเพื่อไปเชื่อมกับเครือข่ายในต่างประเทศนั้นจะเหลือแค่จุดเดียวเท่านั้น การดูแลการเข้าถึงอินเตอร์เน็ต การตรวจสอบข้อมูล การดักจับข้อมูล ฯลฯ จึงทำได้ง่ายกว่าเยอะ ในรัฐที่มีการปกครองแบบอำนาจนิยมเบ็ดเสร็จเช่นประเทศไทย จึงอาจเป็นเรื่องไม่น่าแปลกใจเท่าไร ที่รัฐบาลจะพยายามควบคุมการใช้งานและเข้าถึงข้อมูลข่าวสารจากโลกภายนอก โดยอ้างความมั่นคง

ปัญหาและสิ่งที่จะตามมาของการใช้ Single Gateway?

แน่นอนว่าการมีประตูทางออกเดียวจะทำให้อินเตอร์เน็ตช้าลงแน่นอน และอีกอย่างคือหากว่าเกตเวย์ล่มก็จะล่มกันหมดทั้งประเทศ เพราะจะไม่มีเกตเวย์ตัวอื่นรองรับเลย

แต่ที่สำคัญกว่านั้นก็คือการที่ผู้ให้บริการ gateway (ซึ่งมีอยู่เจ้าเดียว) สามารถดักจับข้อมูลสำคัญของผู้ใช้งานได้อย่างง่ายดาย รวมถึงปิดกั้นการเข้าถึงข้อมูลที่เราค้นหาได้อย่างรวดเร็วเต็มประสิทธิภาพด้วย

ถ้าหากมีการใช้ Single Gateway จริง ก็จะยิ่งทำให้บริษัทต่างประเทศลังเลมากยิ่งขึ้นในการเข้ามาลงทุนในประเทศไทย และผู้ให้บริการที่มีพาร์ทเน่อร์กับบริษัทต่างประเทศก็อาจจะสูญเสียรายได้ เนื่องจากบริษัทข้ามชาติจะเกิดความไม่แน่ใจด้านความมั่นคงและปลอดภัยของการให้บริการอินเตอร์เน็ตในบ้านเรา หากล่มปุ๊ป แน่นอนว่าจบเห่แน่ทั้งประเทศ รวมถึงข้อมูลความลับทางการค้าก็อาจจะถูกล้วงได้โดยง่าย ในขณะเดียวกันผู้ใช้อินเตอร์เน็ตทั่วไปก็จะถูกจำกัดการเข้าใช้งานกับเครือข่ายต่างประเทศมากยิ่งขึ้น และยิ่งต้องระมัดระวังเป็นพิเศษกับการเข้าถึงเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมโดยไม่รู้ตัวด้วยเช่นกัน

บทความจาก ISPACE THAILAND:

จับตา รัฐเตรียมคุมอินเตอร์เน็ตเบ็ดเสร็จ เร่งใช้ Single Gateway

————————————————————–

The proposal to unify all Thai Internet Links is still ongoing

https://www.blognone.com/node/72777

The proposal to unify all Internet gateways into a single entity was proposed back in May. There’s nothing new regarding the proposal since then, but it was traveling in the process in the cabinet during these timrd.

The prime minister’s command dated August 27th, (PDF, Thai Language) assigned the Ministry of Information and Communication Technology (MICT) to take responsibilities for establishing the entity and report the progress within September.

Another document dated July 14th, said that the reasons to establish such entity and merge all international links are “To control the inappropriate websites and control the inflow of information”. The document also said if there is any law that prohibits the establishment of the entity, that law should be quickly amended.

Source: PRD.go.th, this news was translated from https://www.blognone.com/node/72775

————————————————————–

ลิงค์อื่น หรือความรู้ที่เกี่ยวข้องกับประเด็นนี้:

  • ซิงเกิล เกตเวย์: คุยกับอาทิตย์เมื่อรัฐคุมอินเทอร์เน็ตเบ็ดเสร็จ พลเมืองจะอยู่อย่างไร?
  • http://prachatai.org/journal/2015/09/61537
  • ขอถกประเด็น Gateway พังหน่อยครับพี่น้องห้องหว้ากอ
  • http://pantip.com/topic/32118917
  • ซิงเกิล เกตเวย์ | เดลินิวส์กับแกล้มการเมือง ซิงเกิล เกตเวย์
  • http://www.dailynews.co.th/article/334074

This petition will be delivered to:

The Government of Thailand

Read the letter

[FACT comments: Readers should be aware that Thailand’s MICT is continuing its plan to consolidate the current ten international Internet gateways (IIG) into a single gateway to facilitate monitoring and censorship.

Even worse, the official Thai government documents leaked by TNN show that MICT is implementing plans to compromise encrypted SSL Internet transactions to pursue Thailand’s Great Firewall strategy.

If this still does not worry the ordinary person who relies on the Internet every single day, SSL is what makes online banking secure, among many other sorts of Internet transactions and all online commerce possible.

Put away that credit card!]

“Single Gateway” คืนชีพ .ไอซีทีเสนอในพ...คอมพ์ ให้มีวิธีระงับข้อมูลที่เข้ารหัส SSL

Thai Netizen Network: May 26, 2016

https://thainetizen.org/2016/05/single-gateway-back-ssl-censorship/

พบเอกสารนำเสนอที่มีชื่อกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเสนอหลักการและเหตุผลแก้ไขมาตรา 20 ของพ...คอมพิวเตอร์ให้รัฐมนตรีสามารถออกประกาศกำหนดให้มีวิธีการในการปิดกั้นข้อมูลที่ถูกเข้ารหัสได้

ในหน้า 7 ของเอกสารนำเสนอดังกล่าว ระบุว่า รัฐมนตรีอาจประกาศกำหนดหลักเกณฑ์ ระยะเวลาและแนวทางการปฏิบัติสำหรับการระงับการทำให้แพร่หลายหรือลบข้อมูลคอมพิวเตอร์ของผู้ให้บริการให้เป็นไปในแนวทางเดียวกันภายใต้พัฒนาการทางเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไป เช่น ข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่เข้ารหัสด้วยเทคโนโลยี SSL (Secure Socket Layer) ซึ่งถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการสื่อสารหรือส่งข้อมูลบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตที่มีการเข้ารหัสแบบ Public-key encryption นั้น จำเป็นต้องมีวิธีการและเครื่องมือพิเศษในการดำเนินการจึงจะสามารถกระทำได้สำเร็จ …”

1

หน้า 7 ของเอกสารนำเสนอกล่าวถึงการระงับหรือลบข้อมูลที่ถูกเข้ารหัสด้วย public-key encryption

ระบบอีเมล การสื่อสาร และการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ในปัจจุบัน ใช้เทคโนโลยี SSL (Secure Sockets Layer) หรือ TLS (Transport Layer Security) ในการเข้ารหัสข้อมูลเป็นการทั่วไปเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับผู้ใช้ ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตอาจทราบได้ว่าเว็บไซต์ใดเข้ารหัสข้อมูล ด้วยการสังเกตที่อยู่เว็บไซต์ขึ้นต้นด้วยคำว่า https

ร่างพ...ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ (ฉบับที่..) .. …. ฉบับวันที่ 19 เมษายน 2559 ซึ่งผ่านสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พิจารณาเห็นชอบในวาระที่หนึ่งไปแล้วนั้น นอกจากจะแก้ไขมาตรา 20 ให้สามารถปิดกั้นข้อมูลคอมพิวเตอร์ได้ แม้ข้อมูลนั้นจะไม่ผิดกฎหมายใด [ร่างมาตรา 15 เพิ่มมาตรา 20 (4)] แล้ว ยังแก้ไขมาตรา 15 ให้รัฐมนตรีกระทรวงดิจิทัลมีอำนาจออกประกาศเพิ่มเติมเรื่องขั้นตอนการปิดกั้นเว็บได้ [ร่างมาตรา 9 แก้ไขมาตรา 15] โดยหากผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตไม่ทำตามประกาศดังกล่าวก็อาจจะต้องรับโทษ ซึ่งการออกประกาศเกี่ยวกับ SSL หรือ public-key encryption ในสไลด์ข้างต้นน่าจะเป็นอำนาจตามมาตรา 15 นี้

2

แก้ไขมาตรา 20 ให้สามารถปิดกั้นข้อมูลที่ผิดตามกฎหมายอื่นที่ไม่ใช่พ...คอมพิวเตอร์ได้ รวมถึงข้อมูลที่ไม่ผิดกฎหมาย แต่อาจขัดความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดี

3

แก้ไขมาตรา 15 ให้รัฐมนตรีมีอำนาจออกประกาศเพิ่มเติมเรื่องขั้นตอนการปิดกั้นข้อมูลได้

ข้อเสนอนี้สอดคล้องกับคำสั่งกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ที่ 163/2557 เรื่อง แต่งตั้งคณะทำงานทดสอบระบบเฝ้าติดตามสื่อออนไลน์ ซึ่งระบุว่าคณะทำงานด้านสื่อออนไลน์ ภายใต้คณะกรรมการเพื่อติดตามการเผยแพร่ข่าวสารต่อสาธารณะ (ซึ่งแต่งตั้งตามคำสั่ง คสช. (เฉพาะ) ที่ 12/2557 ลงวันที่ 19 มิ.. 2557) พบว่ามีอุปสรรคในการตรวจสอบและปิดกั้นเว็บไซต์ที่มีการเข้ารหัสป้องกันข้อมูล (SSL : Secure Socket Layer)” ดังนั้นกระทรวงไอซีที จึงเห็นควรให้มีการจัดหาและทดสอบประสิทธิภาพของอุปกรณ์ระบบเฝ้าติดตามสื่อออนไลน์เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานของคณะทำงานด้านสื่อออนไลน์ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้คณะทำงานทดสอบระบบเฝ้าติดตามสื่อออนไลน์ตามคำสั่งที่ 163/2557 ดังกล่าว มีอำนาจหน้าที่ 4 เรื่อง โดยสองเรื่องแรกคือ “1. ควบคุมการทดสอบระบบเฝ้าติดตามสื่อออนไลน์ที่มีการเข้ารหัสป้องกันข้อมูล (SSL : Secure Socket Layer) และประเมินผล เพื่อให้ได้ระบบที่มีประสิทธิภาพสูงสุด เหมาะสมในการใช้งานสำหรับประเทศไทย และ “2. ประสานทางเทคนิคกับผู้ประกอบการและผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตภายในประเทศและที่เชื่อมต่อกับต่างประเทศโดยตรง (International Internet Gateway) ในการทดสอบระบบเฝ้าติดตามสื่อออนไลน์

4

คำสั่งกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ที่ 163/2557 เรื่อง แต่งตั้งคณะทำงานทดสอบระบบเฝ้าติดตามสื่อออนไลน์

ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตที่ทำงานด้านความมั่นคงปลอดภัยของระบบเครือข่ายมองเรื่องนี้ว่า สาเหตุที่จำเป็นต้องประสานการทำงานกับทางผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต อาจเป็นเพราะวิธีหนึ่งที่จะเข้าถึงข้อมูลที่ถูกเข้ารหัส คือการใช้วิธีที่เรียกว่า “Man-in-the-Middle Attack” ซึ่งหากผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตให้ความร่วมมือก็จะทำงานได้แนบเนียนขึ้น

หากร่างกฎหมายฉบับนี้ผ่าน มาตรา 15 ซึ่งกำหนดว่า ผู้ให้บริการผู้ใดให้ความร่วมมือ ยินยอม หรือรู้เห็นเป็นใจให้มีการกระทำความผิด จะต้องรับโทษด้วย จะเป็นภาระทางกฎหมายที่กดดันให้ผู้ให้บริการจำเป็นต้องให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่รัฐ ในการช่วยเหลือระงับข้อมูลที่ถูกเข้ารหัสได้ ทั้งนี้ก่อนที่จะระงับตัวข้อมูลได้ จำเป็นต้องเข้าถึงข้อมูลให้ทราบได้ก่อนว่าข้อมูลนั้นคืออะไร

ปกติการปิดกั้นเว็บไซต์ในปัจจุบัน จะใช้วิธีให้ผู้ให้บริการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตตรวจสอบที่อยู่เว็บไซต์ (url) ที่ผู้ใช้เรียกดู เทียบกับรายการปิดกั้น (block list) โดยถ้าพบว่าที่อยู่ที่เรียกในตรงกับชื่อในรายการ ก็จะปิดกั้นอย่างไรก็ตาม กรณีที่ผู้ใช้ติดต่อกับเว็บไซต์ที่มีที่อยู่ขึ้นต้นด้วย https:// ซึ่งหมายความว่ามีการเข้ารหัสข้อมูลที่ส่ง สิ่งที่ผู้ให้บริการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตเห็นจะมีเพียงชื่อโดเมน ไม่มีส่วนอื่นๆ ของที่อยู่ เช่น หากผู้ใช้เข้าดูหน้าเว็บ https://www.facebook.com/thainetizen ที่อยู่ที่ผู้ให้บริการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตจะมีเพียง https://www.facebook.com เท่านั้น ทำให้ไม่สามารถปิดกั้นเฉพาะหน้า https://www.facebook.com/thainetizen ได้ หากต้องการปิดกั้น ก็จะต้องปิดกั้นทั้ง https://www.facebook.com ซึ่งจะกระทบกับหน้าอื่นๆ ในเว็บไซต์เดียวกันด้วยด้วยเหตุนี้ หากต้องการจะปิดกั้นเว็บไซต์ที่เข้ารหัสเป็นรายหน้า ก็จำเป็นต้องหาวิธีการถอดรหัสให้ได้ เพื่อให้ทราบที่อยู่

ในทางเทคนิค วิธีการและเครื่องมือในการเข้าถึงข้อมูลที่ถูกเข้ารหัสดังกล่าว หากมีการนำมาใช้ จะสามารถเข้าถึงข้อมูลที่เข้ารหัสได้ทุกชนิด เช่น การโอนเงิน สั่งซื้อสินค้าออนไลน์ ไม่เจาะจงเฉพาะกับเนื้อหาที่ผิดกฎหมายหรือขัดศีลธรรม

ขณะนี้ ร่างแก้ไขพ...คอมพิวเตอร์ดังกล่าวผ่านการเห็นชอบจากสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ในวาระแรกไปแล้ว และกำลังอยู่ระหว่างการพิจาณาของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างฯ โดยมีกำหนดแล้วเสร็จประมาณสิ้นเดือนมิถุนายน 2559 หลังจากนั้นจะส่งให้กับสนช.พิจารณาวาระที่ 2 และที่ 3 ต่อไป ก่อนจะประกาศใช้เป็นกฎหมาย

หากท่านไม่เห็นด้วยกับการเสนอแก้ไขดังกล่าว ร่วมลงชื่อเรียกร้องให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติทบทวนได้ที่ http://chn.ge/1U9aVzS

อ่าน ข้อสังเกตเบื้องต้น 5 ข้อ ของเครือข่ายพลเมืองเน็ตต่อร่างพ...คอมพิวเตอร์

อ่านเอกสารนำเสนอฉบับเต็มด้านล่างนี้

5

6

7

8

9

10

11
12
13 %MCEPAS%MCEPASTEBIN%

Download (PDF, 3.35MB)

mict-computer-crime-rational-slides-201605

2012 in review

January 1, 2013

The WordPress.com stats helper monkeys prepared a 2012 annual report for this blog.

Here’s an excerpt:

19,000 people fit into the new Barclays Center to see Jay-Z perform. This blog was viewed about 160,000 times in 2012. If it were a concert at the Barclays Center, it would take about 8 sold-out performances for that many people to see it.

Click here to see the complete report.

ขอเชิญท่านที่สนใจเข้าร่วมสังเกตการณ์การพิจารณาคดี

ในวันพรุ่งนี้จะมีการสืบพยานโจทก์นัดแรกคดีเอกชัย ห. คนขายซีดีสารคดีเรื่อง สถาบันกษัตริย์ไทย ซึ่งผลิตโดยช่อง ABC ออสเตรเลีย

เอกชัยถูกจับที่สนามหลวงเมื่อมีนาคม 2554 ด้วยข้อหาตามมาตรา 112 และพรบ.ภาพยนตร์ ฐานขายวีดิทัศน์ที่มีเนื้อหาหมิ่นประมาท ดูหมิ่น อาฆาตมาดร้าย พระมหากษัตริย์ พระราชินี และรัชทายาทและขายวิดิทัศน์โดยไม่ได้รับอนุญาต ต่อมา เอกชัยได้สิทธิประกันตัว

ข้อสังเกตประการหนึ่งในคดี คือ เนื้อหาของสื่อที่ทำให้ถูกฟ้องไม่ได้เป็นข้อมูลและความเห็นของเอกชัย แต่เป็นเนื้อหาสารคดีที่ผลิตและเผยแพร่ที่ออสเตรเลีย

ท่านที่สนใจสังเกตการณ์คดี สามารถเข้าร่วมฟังการพิจารณาคดีได้ที่ศาลอาญารัชดา ห้อง 802 เวลา 9.00 น. เป็นต้นไป

โดยการพิจารณาคดีจะมีขึ้นระหว่างวันที่ 17 – 20 กรกฎาคม 2555

ข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับคดีนี้ ติดตามได้ที่

http://freedom.ilaw.or.th/th/case/68#detail

 

WE URGE ALL READERS TO SPEND AT LEAST ONE MORNING OR AFTERNOON SESSION TO SUPPORT EAKACHAI AND TO STAND UP FOR FREE SPEECH.

 

July 17 is the first day of witness hearings of Ekkachai Hongkangwan, accused under Article 112 for selling CDs with offensive contents related to the King, Queen and the Heir Apparent. Ekkachai explained that the CDs he was selling were a news documentary about the Thai Monarchy from the Australian Broadcasting Corporation. He was also charged under the Film Act for selling CDs without license.

Venue :

July 17-20, 9:00am, at Bangkok’s Criminal Court (San Aya) on Ratchadapisek Road near Lat Phrao MTR station, Exit 4. The trial is being heard in courtroom 802 unless public demand forces a change.

More detail: http://freedom.ilaw.or.th/case/68#detail

Prachatai: July 8, 2012

http://www.prachatai.com/journal/2012/07/41443

เปิดตัวเครือข่ายญาติและผู้ประสบภัยจากมาตรา 112 คนเข้าร่วมคึกคัก ส. ศิวรักษ์ เสนอขออภัยโทษคดีหมิ่นฯ ทั้งหมดในวันแม่นี้ จอน อึ๊งภากรณ์ เผยอีก 2 สัปดาห์ผลการศึกษาเกี่ยวกับคดี 112 ของกรรมการสิทธิฯ ใกล้เสร็จ เตรียมประชาพิจารณ์ 3 กลุ่ม หวังเป็นรายงานฉบับกลางทุกฝ่ายรับพิจารณา

7 ก.ค. 55 – เวลา 13.00 น. ณ อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา ถ.ราชดำเนิน มีการแถลงข่าวเปิดตัว “เครือข่ายญาติและผู้ประสบภัยจากมาตรา 112” นำโดยญาติของผู้ต้องขังและผู้ต้องหาในคดีกฎหมายอาญามาตรา 112 ซึ่งมีจุดประสงค์เพื่อรณรงค์ให้มีการปล่อยตัวผู้ต้องขังในคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพโดยเร็วที่สุด รวมถึงเรื่องสิทธิขั้นพื้นฐานต่างๆ ที่ผู้ต้องขังควรได้รับ อาทิ สิทธิในการประกันตัว สิทธิในการรักษาพยาบาล และให้ความช่วยเหลือด้านการเยียวยาสภาพจิตใจผู้ประสบภัย เป็นต้น

สุกัญญา พฤกษาเกษมสุข ภรรยาของสมยศ พฤกษาเกษมสุข ผู้ต้องหาคดีหมิ่นฯ กล่าวถึงจุดประสงค์ของการตั้งเครือข่ายว่า เป็นไปเพื่อให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ต้องขังในคดีม. 112 เนื่องจากผู้ถูกจับกุมส่วนใหญ่จะได้รับโทษสูง ไม่ได้รับการประกันตัวและไม่สามารถต่อสู้คดีด้วยตนเองได้อย่างเต็มที่ เหล่าครอบครัวและญาติจึงเห็นความจำเป็นของการรวมกลุ่มกันเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมให้แก่ผู้ต้องขัง

“วัตถุประสงค์หลักๆ ที่ทางกลุ่มจะช่วยกันเองคือในเรื่องของการรณรงค์ให้มีการปล่อยตัวนักโทษ ซึ่งก็คือญาติของเราโดยเร็วที่สุด แต่ทีนี้แต่ละกรณีจะแตกต่างกันออกไป เช่น กรณีที่ยังอยู่ในการพิจารณาของศาล ยังไม่สิ้นสุด เราคงรณรงค์ให้มีการประกันตัวหรือติดต่อประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ เพื่อเขียนคำร้องขอประกันตัว” สุกัญญากล่าว

“ส่วนอีกลักษณะหนึ่งผู้ต้องหาที่คดีสิ้นสุดแล้ว ก็จะมีการประสานงานให้ได้รับอำนวยความสะดวกในการขอพระราชทานอภัยโทษ ให้กระบวนการสิ้นสุดเร็วที่สุดเพื่อให้นักโทษได้รับการปล่อยตัว เราต้องการให้ญาติของเรากลับบ้านมาอยู่ร่วมกันเป็นครอบครัวอีกครั้ง” เธอกล่าวว่า จะมีการตั้งกองทุนเพื่อดำเนินการดังกล่าวด้วย

ในงานเปิดตัวดังกล่าว ได้มีญาติของผู้ต้องขังม. 112 มาร่วมแถลงด้วย อาทิ รสมาลิน ตั้งนพกุล ภรรยาของนายอำพล ตั้งนพกุล หรือ “อากง เอ็สเอมเอ็ส” ที่เสียชีวิตในเรือนจำหลังจากถูกจำคุกด้วยม. 112 นายชีเกียง ทวีวโรดมกุล บิดาของธันย์ฐวุฒิ ทวีวโรดมกุล หรือ “หนุ่ม เรดนนท์” ซึ่งถูกตัดสินจำคุก 20 ปี ปราณี ด่านวัฒนานุสรณ์ ภรรยาของสุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ แกนนำกลุ่มแดงสยาม ซึ่งถูกตัดสินจำคุกรวมทุกคดีเป็นจำนวน 12 ปีครึ่ง

“เราเห็นว่าองค์กรต่างๆ มาช่วยเรา ถ้าเราไม่ออกมาร่วมด้วยมันจะยังไง มีองค์กรมีเพื่อนๆ ออกมาทำกันเยอะแยะเลย ขนาดเขาไม่ได้เป็นอะไรเขายังมาช่วยเรา แล้วเราเป็นหนึ่งที่ได้รับผลกระทบในนั้นก็ต้องออกมาช่วย ก็ไม่กลัวตายแล้ว อายุมากแล้ว จะเอาไปต้มยำทำแกงก็เอาไป” ชีเกียงกล่าว เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงความเป็นมาของการเข้าร่วมเครือข่าย

ด้านรสมาลิน ภรรยา “อากง” กล่าวว่าสาเหตุที่เข้าร่วม เพราะต้องการให้กำลังใจญาติผู้ต้องหาที่ประสบชะตากรรมคล้ายกัน

“มันเป็นเหตุการณ์และเรื่องเดียวกับที่เกิดขึ้นกับอากง ฉะนั้น เราก็รู้สึกว่าคนที่ยังไม่ได้ออก เรารู้สึกเป็นห่วงพวกเขา อยากให้วันเวลามันกระชับขึ้นมา อยากให้พวกเขาได้รับอิสรภาพโดยเร็วพร้อมกับลมหายใจ” รสมาลินกล่าว

ส่วนกิจกรรมที่ทางกลุ่มวางแผนจะดำเนินการ ปราณี ด่านวัฒนานุสรณ์ ให้สัมภาษณ์ว่า ทางกลุ่มวางแผนจะเดินทางไปยื่นหนังสือเรียกร้องต่อหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง เช่น ให้กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพช่วยเหลือเบื้องต้นในการประกันตัว หรือรัฐบาลที่สามารถออกพ.ร.ก. นิรโทษกรรมเพื่อให้ปล่อยตัวนักโทษการเมืองโดยไม่ผ่านสภา นอกจากนี้ จะเรียกร้องความเป็นธรรมผ่านทางการถวายฎีการ้องทุกข์เพื่อขอความเมตตาจากพระมหากษัตริย์เกี่ยวกับความเดือดร้อนที่ได้รับด้วย

นอกจากนี้ สุกัญญากล่าวว่า ทางเครือข่ายได้รับความสนใจจากองค์กรระหว่างประเทศด้วย เช่น สหประชาชาติ ซึ่งได้นัดหมายตัวแทนญาติผู้ได้รับผลกระทบจากม. 112 เพื่อเข้าไปหารือและให้ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งสถานทูตต่างๆ ที่ให้ความสนใจในกรณีม. 112

.ศิวรักษ์เสนอปล่อยตัวนักโทษทั้งหมดในวันแม่ที่จะถึง

สุลักษณ์ ศิวรักษ์ ปัญญาชนสยามและอดีตผู้ต้องหาคดีม. 112 ให้ข้อเสนอแนะต่อเครือข่ายว่า การให้ความเข้าใจต่อสาธารณะเป็นเรื่องที่จำเป็นมาก โดยเฉพาะผ่านทางสื่อมวลชนกระแสหลัก ซึ่งต้องให้สังคมเข้าใจถึงสภาพความเป็นอยู่ของคนในเรือนจำและปัญหาอื่นๆ ของม. 112 นอกจากนี้ เขายังเสนอด้วยว่า ในวโรกาสเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ วันที่ 12 สิงหาที่จะถึงนี้ ควรเสนอขอพระราชทานอภัยโทษแก่นักโทษในคดีหมิ่นฯ ทั้งหมด เพื่อเป็นพระมหากรุณาธิคุณ

จอน อึ๊งภากรณ์ สมาชิกคณะอนุกรรมการศึกษากฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) กล่าวในวงเสวนาว่า ตนเห็นว่ากฎหมายหมิ่นฯ ทำให้เกิดปัญหาการละเมิดสิทธิของประชาชนอย่างร้ายแรง ทั้งนี้ จะพยายามผลักดันให้กสม. ต้องออกมาพูดเรื่องนี้และให้ข้อเสนอแนะแก้รัฐบาล เนื่องจากหากมีองค์กรของรัฐออกมาเสนอแนะรัฐบาลอาจให้ความสนใจมากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่

จอนกล่าวด้วยว่า ในขณะนี้ทางคณะอนุกรรมการฯ อยู่ในระหว่างการเก็บข้อมูลและศึกษาปัญหาดังกล่าว โดยรายงานฉบับร่างเบื้องต้นจะเสร็จในเวลาอีกสองสัปดาห์ หลังจากนั้นจะผ่านการทำเวทีประชาพิจารณ์จากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง 3 เวที และพร้อมเผยแพร่ต่อสาธารณะไม่เกินภายในปีนี้ หากผ่านการรับรองจากคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

“ผมมีความหวังว่ารายงานของเรา ถ้าได้รับการพิจารณาจากทุกฝ่ายแล้ว ผมเชื่อว่าในสังคมไทย แม้แต่คนที่บอกว่าไม่อยากจะแก้ไข ลึกๆ มีคนจำนวนมากที่มองเห็นว่ามันมีปัญหาอยู่ แม้อาจจะไม่ใช่ความเห็นว่ายกเลิกเลย แต่ความเห็นว่ามันต้องปรับปรุงแก้ไขเพื่อไม่ให้เกิดการถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง และความเห็นว่าโทษมันหนักอย่างแน่นอน” จอนระบุ

“คณะกรรมการสิทธิสุดท้ายจะรับหรือไม่รับรายงานนี้ เราจะใช้กระบวนการที่ให้ได้รับการเผยแพร่อย่างกว้างขวางทั้งในเวทีประชาพิจารณ์และและการเผยแพร่ต่อไป ผมเชื่อว่ารายงานนี้จะเป็นเอกสารที่สังคมไทยสามารถนำมาพิจารณาได้”

แนะต้องจัดนักโทษม. 112 เป็นนักโทษมโนธรรมสำนึก

ศราวุธ ประทุมราช จากสถาบันหลักนิติธรรมและสิทธิมนุษยชน กล่าวว่า สิทธิในการแสดงความคิดเห็นของประชาชนเป็นสิทธิขั้นพื้นฐาน ซึ่งรัฐสามารถแทรกแซงสิทธินี้ได้อย่างจำกัด โดยเขามองว่ากฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพมีปัญหา เพราะปัจจุบันถูกบรรจุอยู่ในหมวดความมั่นคงของรัฐ ทั้งๆ ที่การวิพากษ์วิจารณ์สถาบันกษัตริย์ควรทำได้โดยเป็นไปอย่างสุจริต เนื่องจากถือว่าเป็นการวิจารณ์บุคคลสาธารณะ

ศราวุธเสนอว่า ควรนำกฎหมายอาญาม. 112 ออกจากหมวดความมั่นคงของรัฐ และผลักดันให้นักโทษในคดีดังกล่าว เป็นนักโทษทางการเมือง และถือว่าเป็นนักโทษมโนธรรมสำนึก (prisoners of conscience) ตามคำนิยามขององค์กรแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล เพื่อให้เกิดการรณรงค์ในระดับสากลมากยิ่งขึ้น

ด้านทนายความสิทธิ เสาวลักษณ์ โพธิ์งาม ตั้งข้อสังเกตว่า กฎหมายหมิ่นถูกนำมาใช้เล่นงานคนระดับล่างมากขึ้น โดยแต่ก่อนอาจจะเป็นเครื่องมือของนักการเมืองโจมตีนักการเมืองหรือปัญญาชน แต่ตอนนี้กม. หมิ่นฯ ถูกนำมาใช้กล่าวหาคนธรรมดา เช่นคนขัดรองเท้า คนขับรถ เป็นต้น ทำให้คนที่ถูกฟ้องไม่ได้รับการดำเนินคดีอย่างยุติธรรม เนื่องจากบางคนไม่มีเงินจ้างทนายความ ทำให้จำเป็นต้องยอมรับสารภาพในชั้นสอบสวน และเมื่อมาให้การปฏิเสธในชั้นศาล ก็ทำให้การต่อสู้คดีไม่มีน้ำหนัก

ประวิตร โรจนพฤกษ์ ผู้สื่อข่าวนสพ. เดอะ เนชั่น หนึ่งในผู้ที่ถูกกล่าวโทษด้วยม. 112 กล่าวว่า ตนคงไม่เข้าร่วมเครือข่ายดังกล่าว แต่ยินดีที่จะให้ข้อเสนอแนะตามจำเป็น ทั้งนี้ ประวิตรมองว่าประเด็นเรื่องกฎหมายหมิ่นและนักโทษการเมืองยังคงถูกละเลยจากสื่อกระแสหลัก ทางเครือข่ายจึงจำเป็นจะต้องทำให้สาธารณะและประชาคมนานาชาติทราบถึงปัญหาของผู้ต้องขัง โดยเฉพาะเรื่องการใช้แรงงานนักโทษ การซ้อมทรมาน และการล่วงละเมิดทางเพศ ที่มีรายงานว่าผู้ต้องขังม. 112 ต้องเผชิญ

เขาให้สัมภาษณ์ว่า หลังจากที่ตนเองถูกร้องทุกข์กล่าวโทษด้วยม. 112 ก็ได้รับผลกระทบทั้งในทางส่วนตัวและการทำงาน โดยได้รับการขอร้องจากที่ทำงาน คือ นสพ. เดอะ เนชั่น ขอให้ลดการเขียนบทความเรื่องกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ซึ่งเขากล่าวคงจะลดลงไปซักระยะ นอกจากนี้ ยังได้รับข้อความด่าทอต่างๆ จากอินเทอร์เน็ตด้วย

“ผมก็ไม่ได้เกลียดอะไรนะ วันนั้นผมบอกตำรวจว่า ให้ดำเนินคดีไปตามเนื้อ ทางอ.สุลักษณ์เคยมาเสนอว่าจะให้วิ่งเต้นอะไรหรือเปล่าแต่เราก็ปฏิเสธ ขอบคุณแต่ก็ปฏิเสธไป เราฝากตำรวจไปว่าเราไม่ได้เกลียดชังอะไรไอแพดเขาเลย และเราก็ไม่ได้โกรธ คิดว่านี่คือการสู้กันทางอุดมการณ์ที่ความแตกต่าง…ผมไม่ได้มองว่าเป็นเรื่องส่วนตัว” ประวิตรกล่าว

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ญาติผู้ประสบภัยม. 112 เดินหน้ารณรงค์ปล่อยตัวนักโทษ-ผู้ต้องหาคดีหมิ่น

%d bloggers like this: