“ประวิตร โรจนพฤกษ์” นักข่าวอาวุโสเนชั่น ถูกฟ้องร้องในคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพมาตรา 112-Matichon

May 25, 2012

“ประวิตร โรจนพฤกษ์” นักข่าวอาวุโสเนชั่น ถูกฟ้องร้องในคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพมาตรา 112

Matichon: วันที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1337859983&grpid=03&catid=&subcatid=

 

เมื่อวันที่ 24 พ.ค. นายประวิตร โรจนพฤกษ์ ผู้สื่อข่าวอาวุโสของหนังสือพิมพ์ เดอะ เนชั่น และคอลัมนิสต์เว็บไซต์ประชาไท เปิดเผยผ่านทวิตเตอร์ส่ีวนตัวว่า ถูกร้องทุกข์กล่าวโทษในคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และพระราชบัญญัติการกระทำผิดทางคอมพิวเตอร์ จากบทความที่เขียนในเว็บไซต์ประชาไทจำนวน 7 ชิ้น พร้อมระบุว่าผู้ฟ้องคือผู้ใช้นามแฝงในเว็บไซต์ประชาไทชื่อว่า “iPad” หรือมีชื่อจริงว่านายวิพุธ สุขประเสริฐ

สำหรับนายวิพุธ เป็นแนวร่วมพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย มีประวัติเป็นโจทก์ฟ้องร้องผู้อื่นในคดีมาตรา 112 มาแล้ว โดยมักยื่นฟ้องที่ สภ.ร้อยเอ็ด และจะนำเอกสารมาโพสต์ในเว็บไซต์เพื่อข่มขู่ผู้ที่ถูกฟ้อง ซึ่งที่ผ่านมาพนักงานสอบสวนก็รับเรื่องไว้ดำเนินการต่อ

นายประวิตร ยังกล่าวในทวิตเตอร์วันนี้ด้วยว่า ถ้าหากติดคุกด้วยมาตรา 112 ขอให้ผู้อื่นช่วยต่อสู้เพื่อเสรีภาพด้วย

ด้านเว็บไซต์ประชาไทรายงานความคืบหน้าในสำนวนคดีว่า ร.ต.ท. เมธี ศรีวันนา พนักงานสอบสวน (สบ1) สถานีตำรวจภูธรเมืองร้อยเอ็ด ได้ส่งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์มายังกองบรรณาธิการเว็บไซต์ประชาไท เมื่อวันที่ 16 พ.ค. ที่ผ่านมา เพื่อขอทราบรายละเอียดเกี่ยวกับผู้เขียน และไอพีแอดเดรส ทางประชาไทยังไม่ติดต่อกลับไป

อย่างไรก็ตาม นายชูวัส ฤกษ์ศิริสุข บรรณธิการบริหารเว็บไซต์ประชาไทย แจ้งข้อเท็จจริงดังกล่าวแก่นายประวิตร ว่าตำรวจสอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับตัวผู้เขียนมายังกองบรรณาธิการ

ทั้งนี้ ทางตำรวจ ยังไม่แจ้งข้อกล่าวหาแก่นายประวิตร แต่อย่างใด

สำหรับสภ. เมืองรอยเอ็ด กำลังเป็นสถานีตำรวจที่น่าจับตาในแง่สถิติการร้องทุกข์กล่าวโทษ ซึ่งที่ผ่านมา นายวิพุธ สุขประเสริฐ ได้ร้องทุกข์กล่าวโทษผู้เขียนบทความและผู้แสดงความเห็นในเว็บไซต์ประชาไทไปแล้วทั้งสิ้น 15 ราย รวมบรรณาธิการและผู้ดูแลเว็บไซต์ประชาไท

พ.ต.ท.สุคิด เพ็ชรโยธา พนักงานสอบสวน สบ.3 เจ้าของคดี ที่นายวิพุธ สุขประเสริฐ หรือนามปากกา “I Pad” ร้องทุกข์กล่าวโทษ นายสุรพศ ทวีศักดิ์ หรือนามปากกา นักปรัชญาชายขอบ เคยให้ข้อมูลกับกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติว่า ในทางปฏิบัติ กระบวนการของตำรวจในการสืบสวนสอบสวนคดีที่มีการร้องทุกข์กล่าว โทษด้วยประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 นั้น ความเห็นของพนักงานสอบสวนยังไม่ถึงที่สุด พนักงานสอบสวนต้องส่งไปให้ ตร.ภูธรภาค และ ตร.ส่วนกลางพิจารณาตามลำดับ แม้ สภ.ที่รับเรื่องร้องทุกข์กล่าวโทษจะมีความเห็นสั่งไม่ฟ้อง ก็ต้องส่งให้พิจารณาเช่นกัน

พ.ต.ท.สุคิดให้ความเห็นกรณีที่มีการฟ้องร้องที่ สภ.เมืองร้อยเอ็ดเป็นจำนวนมากว่า เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่จะต้องรับคำร้องทุกข์กล่าวโทษทุกคดี หากไม่เช่นนั้นก็จะเข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ อีกทั้งกฎหมายอาญามาตรา 112 นั้น เป็นกฎหมายที่บัญญัติไว้ในหมวดความมั่นคง ผู้ร้องทุกข์กล่าวโทษจึงเป็นผู้ใดก็ได้ อย่างไรก็ตาม ในชั้นสืบสวนสอบสวน หากเห็นว่ากรณีใดไม่เข้าลักษณะความผิดตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 112 เลย และได้รับความเห็นจาก ตร.ภาคและตร.ส่วนกลางแล้ว ก็จะไม่ดำเนินการต่อ จากการณีของนายวิพุธที่ร้องบุคคลจำนวน 5 รายในการร้องทุกข์คราวเดียวกับสุรพศ แต่ตำรวจสอบแล้วมีมูลเพียง 2 ราย

พ.ต.ท.สุคิดระบุว่า การร้องทุกข์กล่าวโทษนั้น แม้เจ้าหน้าที่ตำรวจจะมีหน้าที่รับคำร้องทุกข์กล่าวโทษทุกกรณี แต่หากกรณีใดไม่เป็นข้อเท็จจริง และเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ดำเนินการสืบสวนและสั่งฟ้องแล้ว ผู้ถูกร้องทุกข์กล่าวโทษโดยไม่มีมูลก็สามารถร้องทุกข์กล่าวโทษกลับได้ในฐานแจ้งความเท็จ

ทั้งนี้ อนุกรรมการฯ ได้สอบถามกรณีที่มีการร้องทุกข์กล่าวโทษที่สภ.เมืองร้อยเอ็ดจำนวนมากกว่า ปกติ พ.ต.ท.สุคิดรับว่าจากปี 2553 เป็นต้นมา มีการร้องทุกข์มากจริงและมีสถิติสูงมากเมื่อเทียบกับพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 4 ด้วยกัน

 

 

 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: