นักวิชาการ นักเขียน และนักกิจกรรมทางสังคมนานาชาติจำนวนมากกว่า 200 คน สนับสนุนการเรียกร้องให้ปฏิรูปกฎหมายอาญา มาตรา 112

February 1, 2012

ใบแจ้งข่าว

 

เผยแพร่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2555

 

 

นักวิชาการ นักเขียน และนักกิจกรรมทางสังคมนานาชาติ สนับสนุนคณะรณรงค์แก้ไขมาตรา 112 (ครก.112) ในการเรียกร้องให้มีการปฏิรูปกฎหมายอาญามาตรา 112 ตามข้อเสนอของกลุ่มนิติราษฏร์

ในจดหมายเปิดผนึกที่ส่งถึง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร (ตามที่แนบมาพร้อมกันนี้) นักวิชาการ นักเขียน และนักกิจกรรมทางสังคมนานาชาติจำนวน 223 คนได้แสดงความกังวลอย่างมากต่อการใช้มาตรา112  และการลิดรอนสิทธิพื้นฐานของผู้ที่ถูกกล่าวโทษภายใต้มาตรานี้  ผู้ที่ร่วมลงชื่อในจดหมายเปิดผนึกยืนยันว่า “มาตรา112 ได้กลายเป็นเครื่องมืออันทรงอิทธิพลในการใช้ปิดปากคู่ขัดแย้งทางการเมือง และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง คู่ขัดแย้งที่ถูกกล่าวหาว่าไม่จงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์”

ดร. เควิน ฮิววิสัน ศาสตราจารย์ด้านเอเชียศึกษาแห่งมหาวิทยาลัย นอร์ทแคโรไลนาแชเปิลฮิลล์และผู้เชียวชาญด้านไทยศึกษาแสดงความเห็นว่า “การใช้กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพไปในทางที่ผิดในทางการเมืองนั้นมีส่วนสัมพันธ์กับสภาวะเสื่อมถอยของสิทธิมนุษยชนในประเทศไทย  การใช้อำนาจตรวจสอบ การเซ็นเซอร์ตัวเอง และข้อกล่าวหาว่าไม่จงรักภักดีเป็นการจำกัดเสรีภาพในการแสดงออกอย่างรุนแรง”

ผู้ลงชื่อในจดหมายเปิดผนึกฯสนับสนุนคณะรณรงค์แก้ไขมาตรา 112 เพราะ “การปฏิรูปกฎหมายนี้เป็นสิ่งจำเป็นในการที่จะคุ้มครองสิทธิพื้นฐานของประชาชนไทยและเสริมสร้างประชาธิปไตยและนิติรัฐในความหมายที่กว้าง”

การแก้ไขกฎหมายอาญามาตรา112  ที่นำเสนอโดยกลุ่มนิติราษฎร์จะทำให้การลงโทษได้สัดส่วนกับการกระทำความผิด, จำกัดให้ผู้ที่สามารถแจ้งความกล่าวโทษได้เป็นสำนักราชเลขาธิการแทนที่จะเป็นใครก็ได้, จำแนกการวิพากษ์วิจารณ์โดยสุจริตออกจากการอาฆาตมาดร้ายสถาบันกษัตริย์, และแยกการละเมิดมาตรา 112 ให้อยู่ในหมวดความผิดต่อเกียรติยศชื่อเสียงของสถาบันกษัตริย์แทนที่จะจัดให้อยู่ในหมวดความมั่นคงแห่งรัฐ

ดร.ราเชล แฮริสัน นักวิชาการผู้เชียวชาญด้านวัฒนธรรมไทยศึกษากล่าวว่า “เรายินดีเป็นอย่างยิ่งที่นักคิดและนักกิจกรรมทางสังคมนานาชาติจำนวนมากร่วมลงชื่อกับเราในการสนันสนุนการปฏิรูปมาตรา 112  เป็นการแสดงให้เพื่อนชาวไทยที่กำลังเรียกร้องให้มีการปฏิรูปกฎหมายนี้เห็นว่าพวกเขาไม่ได้โดดเดี่ยว และเรื่องนี้จะถูกติดตามอย่างใกล้ชิดจากประชาคมนานาชาติ”

ผู้ลงชื่อในจดหมายเปิดผนึกฉบับนี้ประกอบด้วย (ตามรายนามที่แนบมาด้วยนี้) นักวิขาการ นักเขียนและนักกิจกรรมทางสังคมจาก 16 ประเทศ ได้แก่ออสเตรเลีย, ออสเตรีย, แคนาดา, เดนมาร์ก, เยอรมนี, ฮ่องกง, ญี่ปุ่น, มาเลเซีย, เนเธอร์แลนด์, ฟิลิปปินส์, สิงคโปร์, สวีเดน, ตรินิแดดและโตเบโก, อังกฤษ และ สหรัฐอเมริกา

 

ข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ (ภาษาไทย/ภาษาอังกฤษ)

* ไทเรล ฮาเบอร์คอรน์ (Tyrell Haberkorn), +61-4-1137-4735 (ออสเตรเลีย), tyrell.haberkorn@anu.edu.au

* เควิน ฮิววิสัน (Kevin Hewison),+ 65-8212-0655 (สิงคโปร์),  khewison@unc.edu

 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: