ทหาร-ทีโอที เตรียมดักฟังโทรศัพท์ทุกคู่สายทั่วประเทศ

June 25, 2007

ความลับ’เกสตาโปพรั่ง’ซื้อเครื่องดักฟังทั่วไทย!

กองบรรณาธิการ, ไทยโพสต์, 24 มิถุนายน 2550

ตกใจ! ความลับด้านความมั่นคงโผล่อีกแล้ว แฉอุปกรณ์ 800 ล้านที่แท้เครื่องดักฟังโทรศัพท์เต็มระบบ ทหารเล่นบทเกสตาโป แท็ปโทรศัพท์พื้นฐานทีโอทีทั่วประเทศทั้ง 3 ล้านเลขหมาย มีเซิร์ฟเวอร์เก็บความจำ อัดเสียงในตัว เลิกใช้วิธีแรนดอมแบบเก่า “สุรยุทธ์” การันตี พ.ร.บ.ฮิตเลอร์ไม่กระทบรัฐบาลพลเรือน พูดง่ายฟังยาก หาก ผบ.ทบ.ในร่าง ผอ.รมน.ไม่เชื่อฟังนายกฯ จะถูกปลดทันที

เงินบริจาคจากบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) 800 ล้านบาท ที่ พล.อ.สพรั่ง กัลยาณมิตร ประธานคณะกรรมการบริหารบริษัททีโอที ในฐานะผู้ช่วยเลขาธิการคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) อ้างว่ากองทัพเป็นผู้ขอ เพื่อนำไปซื้ออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เกี่ยวกับความมั่นคง นำไปสู่การปลดนาย วุฒิพงษ์ เพรียบจริยวัฒน์ ผู้ออกมาเปิดเผยเรื่องดังกล่าว ออกจากตำแหน่งรักษาการกรรมการผู้จัดการใหญ่ทีโอทีนั้น ล่าสุดมีการเปิดเผยถึงวัตถุประสงค์ของ คมช.หรือหน่วยงานความมั่นคง ว่าเป็นการเตรียมการเพื่อดักฟังโทรศัพท์ทุกคู่สายในประเทศไทย

แหล่งข่าวจากในวงการผู้ค้าเครื่องอิเล็กทรอนิกส์ชุดดักฟังทางโทรศัพท์ระบุว่า จากการเปิดเผยของนายวุฒิพงษ์ว่าทีโอทีจะใช้เงินเพื่อโครงการนี้จำนวนถึง 800 ล้านบาท ทำให้ทราบทันทีว่ากองทัพกำลังจะเตรียมเครื่องมือดักฟังโทรศัพท์พื้นฐานของทีโอทีทุกคู่สาย จากที่ผ่านมาใช้การดักฟังแบบบางคู่สายตามเป้าหมายที่ต้องการดักฟัง สาเหตุที่ทราบก็เนื่องจากหากใช้เครื่องดักฟังในลักษณะของการสุ่มเหมือนเช่น ที่ผ่านมา คือสุ่มจับคู่สายบุคคลที่น่าสงสัย ก็น่าจะใช้เงินแค่เพียงไม่กี่สิบล้านบาท แต่หากต้องการดักฟังทุกคู่สาย ทุกจังหวัดทุกแห่งของประเทศไทย อาจจะต้องใช้เงินถึง 800 ล้านบาท

เนื่องจากสายโทรศัพท์พื้นฐานของทีโอทีทั่วประเทศมีทั้งสิ้นประมาณ 3 ล้านเลขหมาย การจะดักฟังทั้ง 3 ล้านเลขหมาย ก็จะต้องใช้เซตดักฟังชุดใหญ่ วิธีการดักฟังโทรศัพท์ก็คือ การใช้ชุดดักฟังเข้าเสียบกับตู้ของชุมสายโทรศัพท์ เมื่อต้องการดักฟังทุกคู่สายก็จึงจำเป็นต้องมีเครื่องอิเล็กทรอนิกส์เหล่า นี้ประจำอยู่ในทุกตู้ชุมสายใหญ่ของทุกจังหวัด ซึ่งประเมินแล้วเซตหนึ่งประมาณ 8-9 ล้านบาทต่อชุด โดยชุดดักฟังดังกล่าวไม่เพียงมีแค่ชุดดักฟัง หากแต่ยังต้องมีไฟล์เซิร์ฟเวอร์ตัวเก็บความจำ ตัวอัดเสียงอยู่ด้วย ดังนั้น หากนับ 76 จังหวัดของประเทศไทย จึงเป็นไปได้ที่ราคาอาจใกล้เคียง 800 ล้านบาท

“ผมว่านี่เป็นสาเหตุใหญ่ที่ทำให้ พล.อ.สพรั่งโกรธคุณวุฒิพงษ์ เพราะว่าความลับในการดำเนินกลยุทธ์ของกองทัพในการจะเปลี่ยนยุทธวิธีการดัก ฟังโทรศัพท์ จากที่เคยใช้ระบบแรนดอม มาเป็นดักฟังทุกคู่สาย ใครต่อใครต่างรู้กันหมดแล้ว ความลับด้านความมั่นคงถูกเปิดเผยออกมา” แหล่งข่าวว่า

พล.อ.บุญรอด สมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ว่า อุปกรณ์ดังกล่าวแพง ซึ่งเราก็มีงบจำกัด ถ้าหากว่ามีส่วนอื่นเขาบริจาคมาเราก็ยินดี

เมื่อถามว่า ไม่ใช่เรื่องผิดปกติใช่หรือไม่ที่จะจัดซื้อในนามบอร์ดทีโอที รมว.กลาโหมตอบว่า เป็นความปรารถนาดี ถ้าหากเขายืนยันที่จะบริจาคก็จะช่วยให้เรามีเครื่องมือพิเศษในการที่จะแก้ไข ปัญหาในพื้นที่ภาคใต้

นายสิทธิชัย โภไคยอุดม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ยอมรับว่ากองทัพบกขอสนับสนุนงบประมาณจากทีโอทีในการจัดซื้ออุปกรณ์ อิเล็กทรอนิกส์ด้านความมั่นคงจริง แต่การปลดนายวุฒิพงษ์ออกจากทุกตำแหน่งในทีโอที ไม่เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว แต่เป็นเรื่องที่นายวุฒิพงษ์กล่าวจาบจ้วงถึงตนในเรื่องที่ไม่เป็นความจริง

รมว.ไอซีทีปฏิเสธที่จะบอกว่าอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ด้านความมั่นคงที่กองทัพ บกขอการสนับสนุนงบประมาณจากทีโอทีคืออะไร บอกแต่เพียงว่าเครื่องมือดังกล่าวจะถูกนำไปใช้ในการแก้ไขปัญหาความไม่สงบใน จังหวัดชายแดนภาคใต้

“เรื่องงบประมาณดังกล่าวเป็นเพียงความคิดที่คุยกันในบอร์ด แต่ยังไม่ได้จัดทำเป็นโครงการ ผมคงบอกไม่ได้ว่าเป็นอุปกรณ์อะไร เพราะเป็นความลับ ใครบอกถือว่าทรยศต่อชาติ”

ส่วนที่มีการวิจารณ์ว่าเป็นการจัดซื้ออุปกรณ์ด้านความมั่นคง ทำไมจึงไม่ใช้งบประมาณของกองทัพ กลับมาขอรับบริจาคจากทีโอที นายสิทธิชัยกล่าวว่า การจัดซื้อตามระบบราชการมีหลายขั้นตอน และทีโอทีก็ถือเป็นหน่วยงานของรัฐ หากบริจาคเงินให้กองทัพใช้ในสิ่งที่ถูกต้อง ได้ประโยชน์แก่ประเทศชาติ ก็ถือว่าเป็นเงินก้อนเดียวกัน เหมือนกระเป๋าซ้ายกับกระเป๋าขวา

นายสิทธิชัยกล่าวว่า ถ้าต้องไปรองบประมาณที่เป็นทางการ อาจจะต้องเสียเวลานานถึง 2 ปี ซึ่งก็สายเสียแล้ว ทหารอาจต้องตายอีกเป็นพัน และประชาชนอาจต้องตายอีกหลายพันคน ถ้ามีเครื่องมือที่จะช่วยให้ทหารและประชาชนรอดตายหรือตายน้อยลง และทำให้ไม่ต้องรอขั้นตอนปกติ น่าจะเป็นประโยชน์ และมีความชอบธรรมเป็นอย่างยิ่ง ถ้าคนที่เห็นแก่ชาติ เห็นแก่ประเทศ และเห็นแก่ความลำบากของทหารไทย ที่เสียสละชีวิตเพื่อประชาชน ไม่น่าจะมองไปในแง่ไม่ดี

“คนที่ไปมองในแง่ไม่ดี น่าจะเป็นคนที่ไม่หวังดีต่อประเทศชาติ ชอบหาเรื่องทหาร ผมเชื่อว่าทหารพร้อมที่จะรับฟังการโจมตีอย่างไม่มีเหตุผลตลอดเวลา ทุกอย่างถ้ามีความโปร่งใสและเป็นธรรม ไม่น่าเป็นปัญหา เชื่อว่าทางทหารจะชี้แจงได้ แต่ไอ้แบบที่ไม่ยอมชี้แจง ไปงุบงิบๆ ทำกันถึงจะน่าเป็นห่วง” นายสิทธิชัยกล่าว

วันเดียวกันนี้ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ในรายเปิดบ้านพิษณุโลก ถึงร่างพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงในราชอาณาจักร พ.ศ…. ที่คณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบไปเมื่อวันที่ 19 มิถุนายนที่ผ่านมาว่า เบื้องต้นเราพยายามที่จะเสนอร่าง พ.ร.บ.ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งต้องถือว่าเป็นกฎหมายลูกของกฎหมายความมั่นคงภายในฉบับนี้ ขณะที่มีการพิจารณากันอยู่ในสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ได้มีการอภิปรายว่า น่าจะเสนอกฎหมายแม่เข้ามาก่อนถึงจะเสนอกฎหมายลูก นั่นเป็นเรื่องที่เป็นเหตุผล เราจึงจำเป็นจะต้องเสนอเข้าไป เพราะในขณะนี้ยังไม่มีกฎหมายที่รองรับ ทั้งศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) และกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) เรามีแต่เพียงคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี คงไม่ได้เป็นเรื่องที่ถือได้ว่ามีอำนาจผ่านขั้นตอนของการพิจารณากลั่นกรอง อย่างถูกต้อง นั่นเป็นเรื่องที่จำเป็นจะต้องดำเนินการ

“เราจำเป็นจะต้องนำเสนอเข้าไป ถ้ามองในภาพกว้างแล้วสถานการณ์ในเรื่องของความปลอดภัยของบ้านเมืองก็เป็น เรื่องที่มีการปรับปรุงแก้ไขกันในหลายๆ ประเทศ ในส่วนของประเทศเพื่อนบ้านของเรา ซึ่งเขามีกฎหมายความมั่นคงภายในของเขามานานแล้ว จะเห็นว่าถ้ามีการเปรียบเทียบกัน ของเราเองจะอยู่ในระดับที่เบากว่า ไม่ได้มีการควบคุม ไม่ได้มีการบังคับอะไรมากมาย”

พล.อ.สุรยุทธ์กล่าวว่า การมอบอำนาจให้กับ ผอ.รมน. จะเห็นว่าในหมวดที่ 1 นั้นได้เขียนไว้ชัดเจนว่าจะมีคณะกรรมการ ซึ่งนายกรัฐมนตรีจะต้องเป็นประธานคณะกรรมการนั้น ในการทำงานต่างๆ ต้องฟังจากคณะกรรมการ คณะกรรมการนั้นก็จำเป็นจะต้องนำมารายงานให้กับคณะรัฐมนตรีทราบว่าดำเนินการ ไปอย่างไรบ้าง นั่นเป็นภาพที่เราได้ร่างไว้ในหมวดที่ 1 เป็นความสัมพันธ์ของการทำงานว่าแต่ละส่วนจะเป็นอย่างไร

ถามว่าอนาคตอาจมีนายกรัฐมนตรีพลเรือน และมี ผอ.รมน.เป็นทหาร ซึ่งใน พ.ร.บ.นี้ให้อำนาจค่อนข้างมาก จะมีปัญหากับรัฐบาลพลเรือนหรือไม่ นายกฯ ตอบว่า คงไม่น่าจะมีปัญหา อย่างที่เรียนแล้วว่ามีคณะกรรมการซึ่งนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ท่านจะมอบอย่างไรก็ได้ บอกเรื่องนี้ทำไม่ได้ กอ.รมน.ก็ทำไม่ได้ เพราะว่าการสั่งการที่จะดำเนินนโยบายอะไร ผอ.รมน.ซึ่งเป็นผู้ปฏิบัติตามนโยบายต้องทำตามนั้น ถ้าจะไปทำนอกเหนือ ก็ถือว่านอกคำสั่งของคณะกรรมการ ซึ่งก็ผิด เมื่อเป็นนายกรัฐมนตรีก็หมายถึงว่า ถ้าไม่ทำตามคำสั่งคือผมจะย้ายคุณได้ เป็นการคานอำนาจกันอยู่ในตัว.


ที่มา: ไทยโพสต์, ความลับ’เกสตาโปพรั่ง’ซื้อเครื่องดักฟังทั่วไทย!, 24 มิถุนายน พ.ศ. 2550


ข่าวเพิ่มเติม:
มติชน, เผือกร้อน “วุฒิพงษ์” ในมือ สพรั่ง กัลยาณมิตร เผือก “บริษัทมหาชน”, 25 มิถุนายน พ.ศ. 2550
โพสต์ ทูเดย์, ทีโอทีแจงซื้อเครื่องแสดงข้อมูล, 25 มิถุนายน พ.ศ. 2550

2 Responses to “ทหาร-ทีโอที เตรียมดักฟังโทรศัพท์ทุกคู่สายทั่วประเทศ”

  1. lek Says:

    Worst!! This is really invading our privacy!! (But i’m thinking whether we have privacy right now 555)

  2. _t Says:

    It’s the 21st century, what can anyone get out of tapping into the land lines except for an invasion of privacy and a totally nonsense waste of our country’s money. Shhh*


Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: