จอนบุกสภา แถลงข่าวพ.ร.บ.เอาผิดคอมฯ ลิดรอนสิทธิอย่างแรง

December 7, 2006

ข่าวจากหนังสือพิมพ์ออนไลน์
ประชาไท วันพฤหัสที่ 7 ธ.ค. 2549 กรณีร่างพ.ร.บ.ความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์

ประชาไท – 7 ธ.ค. 49 นายจอน อึ๊งภากรณ์ อดีตส.ว.กทม. เดินทางไปยังห้องสื่อมวลชน อาคารรัฐสภา แถลงข่าวร่วมกับนายภัทระ คำพิทักษ์ สนช. คัดค้านเนื้อหาของร่างพ.ร.บ.การกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. … ที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติรับหลักการไปแล้ว

อดีตส.ว.กทม.กล่าวว่า ร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวแม้จะมีส่วนดีบ้าง แต่ก็มีส่วนที่น่าเป็นห่วงในเรื่องสิทธิเสรีภาพของประชาชน หากสภาสนช.รับร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวในวาระ 2 และ 3 โดยไม่มีการแก้ไขข้อความใดๆ จะเป็นกฎหมายที่ลิดรอนสิทธิเสรีภาพการแสดงออกทางอินเทอร์เน็ตอย่างร้ายแรงมาก

เนื่องจากมาตรา13 ระบุข้อความไว้ครอบจักรวาลว่า คนใดที่นำข้อความสู่ระบบอินเทอร์เน็ตหรือสร้างความเสียหายต่อความมั่นคงของประเทศ หรือทำให้เกิดความตื่นตระหนกแก่สังคม ต้องระวางโทษปรับและจำคุก ซึ่งเป็นการเขียนที่ตีความยากว่าหมายถึงเรื่องใดบ้าง จะส่งผลให้คนที่สนใจเผยแพร่ความคิดทางการเมืองของตัวเองอาจมีความผิด อีกทั้งยังให้อำนาจเจ้าหน้าที่กระทรวงเทคโนโลยีและสารสนเทศไว้มากแบบครอบจักรวาล จึงจำเป็นต้องแก้ไขถ้อยคำให้ชัดเจน

การแถลงข่าวครั้งนี้ มีนายภัทระ คำพิทักษ์ สนช. อดีตนายกสมาคมนักข่าว เข้าร่วมนั่งแถลงข่าวกับนายจอน อึ๊งภากรณ์ด้วย โดยนายภัทระ เป็นผู้ที่ช่วยอำนวยความสะดวก ทำให้นายจอนซึ่งมิได้เป็นสมาชิก สามารถเข้าไปแถลงข่าวในอาคารรัฐสภาได้

นายภัทระให้สัมภาษณ์ว่า คราวที่กฎหมายฉบับนี้เข้าสภาวาระแรก สนช.อภิปรายกันมากว่า มันลิดรอนสิทธิและเสรีภาพของประชาชน ส่งผลกระทบไปถึงผู้ใช้เว็บไซต์ทั้งหมด และอาจก่อให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับเรื่องความลับทางค้าได้ บ้างก็อภิปรายว่า ร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้ กำลังจะกลายเป็น ป.ร. 42 ฉบับดิจิตอล (ป.ร. 42 – คําสั่งคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดินฉบับที่ 42 ในยุคของเผด็จการทหารที่มีพล.อ.เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ เป็นนายกรัฐมนตรี ให้อํานาจที่สามารถสั่งปิดหนังสือพิมพ์ได้ทันที หากหนังสือพิมพ์ฉบับนั้นเสนอข่าว บทความ วิพากษ์วิจารณ์ที่รัฐบาลเห็นว่าอาจมีผลกระทบต่อเสถียรภาพของรัฐ)

เขากล่าวว่า ในวันนั้น มีการอภิปรายกันมาก แต่ที่น่าสงสัยคือ เรื่องนี้ไม่ปรากฏเป็นข่าวในสื่อเท่าไรนัก ซึ่งเป็นเรื่องที่เขาเองก็ยังงงอยู่

“ผมก็อภิปรายท้วงติง ว่ามันเป็นปัญหาสิทธิเสรีภาพ และให้ดุลพินิจเจ้าหน้าที่มากเกินไป” นายภัทระกล่าว และเพิ่มเติมว่า เมื่อผ่านวาระแรกแล้ว ก็ต้องรอแก้ไขผ่านกระบวนการแปรญัตติ ซึ่งก็มีตัวแทนจากสมาคมผู้ดูแลเวบเข้าไปนั่งเป็นกรรมาธิการอยู่ด้วย

เกี่ยวข้อง: รายงานเสวนา ร่าง พรบ.ความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ เมื่อวันที่ 30 พ.ย. 2549 ที่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: