ทุบยู ‘YouTube’–Forum at Chula

May 8, 2007

ทุบยู ‘YouTube’
กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2550

เสียงกรรไกรที่หั่นฉับลงบนแผ่นฟิล์ม และหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ขึ้นว่า “ขออภัย เวบไซต์นี้เป็นเวบไซต์ไม่เหมาะสม” กำลังถูกตั้งคำถามจากคนกลุ่มหนึ่งว่าเป็นการปิดกั้นเสรีภาพในการเข้าถึงข้อมูลและข่าวสาร พร้อมกับข้อเสนอถึงเวลาแล้วหรือยังที่จะให้ “ผู้ชม” เป็นผู้ตัดสิน

-1-

สำหรับคนที่ได้ดูภาพยนตร์แนวรักโรแมนติก Love Actually ที่นำแสดงโดยฮิวจ์ แกรนต์ คงไม่รู้หรอกว่าที่จริงแล้วคู่รักในภาพยนตร์เรื่องนี้มีอยู่ 5 คู่ หาใช่ 4 คู่ อย่างที่จ่ายเงินดูจนจบม้วน

ขณะที่คำพูดจาภาษาพ่อขุนรามคำแหง “มึง” และ “กู” สรรพนามบุรุษที่หนึ่งและสองถูกใช้ในภาพยนตร์ไทยจนเป็นมาตรฐาน บางครั้งก็ปล่อยตัวเงินตัวทองมาเพ่นพ่านบนจอเซลลูลอยด์

กระบวนการเซ็นเซอร์อันทรงพลานุภาพ กำลังคืบคลานเข้ามาถึงสื่อโลกาภิวัตน์อย่างอินเทอร์เน็ต หลายคนและหลายฝ่ายเริ่มตั้งคำถาม อะไรคือมาตรฐานของการเซ็นเซอร์

ผศ.ดร.พิรงรอง รามสูต หัวหน้าภาควิชาวารสารสนเทศ คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อธิบายความหมายของการเซ็นเซอร์ว่า เซ็นเซอร์คือการตัดเนื้อหา หรือยึดเนื้อหาที่ให้นำเสนอสู่สาธารณะ โดยมีหน่วยงานที่มีกระบวนการตรวจสอบ (Censorship) ที่ชัดเจน และทำกับสื่อทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นโฆษณา วิดีโอ เกม เพลง ที่มีเนื้อหาเสี่ยงต่อการโป๊เปลือย อนาจาร ความรุนแรง และความมั่นคงทางการเมือง

“เหตุผลที่ต้องเซ็นเซอร์ เนื่องจากความจำเป็นเรื่องสงคราม และการรับรู้ของเด็กที่ยังไม่มีความสามารถในการแยกถูกผิด แต่ปัจจุบันการเซ็นเซอร์ได้ครอบคลุมไปยังประชาชนทุกคนโดยไม่คำนึงถึงอายุและการรับรู้ ซึ่งขัดสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกตามปฏิญญาสากลที่ว่าด้วยมนุษยชนของสหประชาชาติ ที่ระบุว่า คนทุกคนมีสิทธิที่จะแสดงออก แต่ต้องไม่ล่วงล้ำถึงชื่อเสียงของบุคคลและความมั่นคง” หัวหน้าภาควิชาวารสารสนเทศ กล่าว

ในรัฐธรรมนูญหลายฉบับของไทยให้สิทธิเสรีภาพแก่สื่อมวลชน ในการนำเสนอข้อมูลข่าวสาร ที่ไม่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคง ความสงบเรียบร้อยของสังคม การวิพากษ์วิจารณ์สถาบันกษัตริย์ และสถาบันศาสนา และเมื่อสื่อใหม่อินเทอร์เน็ตถูกกำเนิดและเฟื่องฟูขึ้นมา มันจึงถูกจับตามองเป็นพิเศษ

“ในสมัยรัฐบาล พ.ต.ต.ทักษิณ ชินวัตร ตั้งเป้าปิดเวบไซต์ให้ได้ 8 แสนเวบไซต์ ส่วนรัฐบาลจากการรัฐประหารพบว่า ได้ใช้อำนาจเซ็นเซอร์การแพร่สัญญาณวิทยุชุมชน การส่งข้อความแสดงความคิดเห็นในรายการโทรทัศน์ ตลอดจนปิดเวบไซต์ โดยให้เหตุผลด้านความมั่นคง ทำให้ประชาชนส่วนหนึ่งไม่สามารถเข้าถึงสถานีโทรทัศน์บนอินเทอร์เน็ต อย่าง CNN และ BBC ได้” ผศ.ดร.พิรงรอง กล่าว

ทว่า อำนาจในการเซ็นเซอร์มาถึงจุดขัดแย้งอีกครั้งเมื่อกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศสั่ง “ปิด” การเข้าสู่เวบไซต์ You Tube (www.youtube.com) ที่เปิดให้สมาชิกเผยแพร่คลิปวิดีโอบนอินเทอร์เน็ตอย่างสาธารณะ เนื่องจากคลิปวิดีโอหนึ่งได้นำเสนอเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมเกี่ยวกับสถาบันกษัตริย์ของประเทศไทย ซึ่งการกระทำดังกล่าวขัดกับกฎหมายไทย

“การสั่งปิดเวบไซต์ยูทูบของรัฐบาลไทยครั้งนี้ได้เป็นข่าวไปทั่วโลก ส่งผลให้ตัวเลข HIT หรือตัวเลขผู้คลิกเข้าชมเวบไซต์สูงถึง 40,000 ครั้งใน 24 ชั่วโมง จึงดูเหมือนว่าเป็นการแก้ปัญหาที่ไม่ถูกต้องสักเท่าไร และเป็นการโหมไฟเสียมากกว่า” ผศ.ดร.พิรงรอง กล่าว

YouTube เป็นเวบไซต์นิตยสารไทมส์ยกให้เป็นบุคคลแห่งปี เนื่องจากเป็นพื้นที่ซึ่งเปิดให้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารอย่างแท้จริงและเท่าเทียม ตลอดและมีความร่วมมือกับหลายหน่วยงาน เช่น บีบีซี โดยให้ผู้ที่ใช้บริการเวบไซต์ ยูทูบ มีสิทธิในการค้นหาข้อมูจาก บีบีซี ซึ่งเมื่อช่องทางการเข้าเวบไซต์ยูทูบของคนไทยถูกปิด การได้มาซึ่งข้อมูลข่าวสารจึงมิอาจทำได้
ปรัชญา ปิ่นแก้ว

-2-

ดร. ซี.เจ.ฮิงกิ ผู้ก่อตั้งและผู้ประสานงาน กลุ่มเสรีภาพต่อต้านการเซ็นเซอร์แห่งประเทศไทย (FACT: Freedom Agency Censorship of Thailand) บอกว่า ระบบการเซ็นเซอร์ในประเทศไทยเป็นระบบที่ไม่มีกฎเกณฑ์แน่ชัด ซึ่งเป็นปัญหาที่สะสมมานาน โดยส่งผลการทบต่อวงการภาพยนตร์ หนังสือ ไปจนถึงอินเทอร์เน็ต โดยในปี 2536 มีการรวมกลุ่มเพื่อรณรงค์ต่อต้านการเซ็นเซอร์ที่ไม่ชอบธรรม เพื่อต่อสู้กับกฎหมายที่ร่างโดยหน่วยงานคุมอำนาจจากภาครัฐ หรือกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT)

“คนไทยมีสิทธิตัดสินใจเปิดรับข้อมูลข่าวสาร หรือเรื่องราวที่เขาสนใจจากหนังสือ นิตยสาร วิทยุ โทรทัศน์ ภาพยนตร์ และอินเทอร์เน็ตได้อย่างเสรี ในขณะที่ระบบที่เป็นอยู่ในปัจจุบันไม่สามารถทำได้” ดร.ซี.เจ.ฮิงกิ กล่าว

แนวทางการบล็อกเวบไซต์ของรัฐยังไม่โปร่งใส และข้อมูลยังคงถูกปิดบังจากภาครัฐ และไม่มีการเปิดเผยข้อมูลที่ชัดเจนให้กับประชาชนทราบว่าที่จริงแล้ว กระทรวงไอซีที และสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ดำเนินการ บล็อกเวบใดไปแล้วบ้าง และใช้เกณฑ์ใดในการตัดสินถึงเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม รวมถึงใครกันที่มีคนบล็อก

ต้นเดือนมกราคมที่ผ่านมา กระทรวงไอซีทีได้ประกาศตัวเลขเวบไซต์ที่ถูกบล็อกว่ามีจำนวนทั้งสิ้น 13,435 เวบไซต์ ด้วยในช่วงต้น วิธีการบล็อกเวบของภาครัฐคือการส่งรายชื่อเวบที่ต้องการบล็อกไปยังผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต หรือไอเอสพีทั้ง 54 รายในประเทศไทย เพื่อทำการบล็อก โดยที่ไอเอสพีแต่จะเจ้าอาจไม่ได้เต็มใจ ขณะที่พัฒนาการของการบล็อกเวบจากภาครัฐ ตั้งแต่เดือนมีนาคมได้หันไปบล็อกที่เกตเวย์แทน โดยอ้างว่าเวบไซต์ที่ถูกบล็อกเป็นเวบที่นำเสนอเนื้อหาอนาจารและรูปภาพโป๊เปลือย

“แต่แท้จริงแล้วผลจากการตรวจสอบไปยังผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต (ISP) พบว่ามีการบล็อกเวบไซต์ไปแล้วกว่า 32,500 เวบไซต์ ซึ่งตัวเลขต่างกันมาก ซึ่งเนื้อหาบนเวบส่วนหนึ่งที่ถูกบล็อกคือเนื้อหาทางการเมืองที่ต้องการปิดบัง” ดร. ซี.เจ.ฮิงกิ กล่าว

นักเคลื่อนไหวเพื่อมนุษยชนมองในประเด็นนี้ว่า การเซ็นเซอร์โดยหน่วยงานภายใต้การกำกับดูแลของรัฐบาลชุดรัฐประหารโดยคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ กระทำไปโดยไม่มีอะไรรองรับ โดยที่ผ่านมามีการตรวจสอบจากตัวแทนศูนย์ศึกษาอินเทอร์เน็ตและสังคม จากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด เมื่อเดือนมกราคม โดยสอบถามข้อมูลการบล็อกเวบไซต์กับกระทรวงไอซีที ซึ่งตัวเลขที่ได้รับกลับลดลงเหลือ 2,000 เวบไซต์ จากตัวเลขการบล็อกเวบ 13,435 เวบไซต์ ที่มีการเปิดเผยก่อนหน้านี้

ในขณะที่คำให้การของรองปลัดกระทรวงไอซีทีให้ปากคำกับคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ในปลายเดือนเดียวกันระบุว่ามีเวบไซต์ที่ถูกบล็อกทั้งสิ้นเพียง 50 เวบไซต์ ขณะที่เจ้ากระทรวงไอซีทีตลอดช่วงเวลาที่เข้ารับตำแหน่งได้ปิดเวบไซต์ไปแค่ 5 เวบเท่านั้น

“เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ต่างชาติมองว่ารัฐบาลนี้เป็นรัฐบาลที่ไม่โปร่งใส เชื่ออะไรไม่ได้เลย แถมยังโกหกอีกด้วย” ดร.ซี.เจ.ฮิงกิ กล่าว

ดร.ซี.เจ.ฮิงกิ เล่าว่า เขาได้ศึกษาระบบการเซ็นเซอร์เวบไซต์ หลังจากที่ไม่สามารถค้นคว้าเนื้อหาที่ต้องการจากเวบไซต์ได้ เนื่องจากเวบถูกบล็อกเกือบทั้งหมด เมื่อสอบถามไปยังผู้ที่เกี่ยวข้อง ก็ยิงเจอกำแพง เพราะไม่ได้รับคำตอบใดๆ เลย ในส่วนตัวจึงคิดว่าน่าจะมีขบวนการเคลื่อนไหวใต้ดิน ที่กำลังทำอะไรบางอย่างเพื่อไม่ให้คนไทยได้รับรู้ความจริง

-3-

นอกจากนี้การเซ็นเซอร์ยังได้ระบาดเข้าสู่วงการศึกษา ซึ่งตามกฎแล้วไม่ควรปิดเวบที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา แต่ผลปรากฏว่า เดือนกุมภาพันธ์ ปี 2549 นักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ไม่สามารถเข้าถึงบางเวบไซต์ เนื่องจากถูกปิดการเข้าถึงโดยเซิร์ฟเวอร์ของมหาวิทยาลัย ซึ่งใช้บริการไอเอสพีของผู้ให้บริการรายหนึ่ง ซึ่งถือป็นการละเมิดสิทธิทางการศึกษา

ปัจจุบันมีหน้าเวบไซต์ราว 5-7 หมื่นล้านเวบอยู่บนอินเทอร์เน็ต โดยที่ 2 หมื่นล้านเวบ มีการคลิกโต้ตอบจากผู้ชม ขณะที่อีก 10 ล้านเวบเป็นเวบที่นำเสนอภาพโป๊เปลือย จากการประมาณการคาดว่าอีกไม่นานจะมีเวบไซต์ถึง 45,000 เวบ ที่ถูกบล็อกในประเทศไทย ซึ่งผลจากการบล็อกเวบไซต์ กำลังส่งผลกระทบให้กับประชาชนในทุกระดับ เช่นประชาชนที่ไม่ได้รับความยุติธรรมที่เกิดขึ้นใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ในปัจจุบัน ไม่สามารถส่งเรื่องร้องเรียนไปยังสหประชาชาติผ่านเวบไซต์ได้

“ถึงเวลาแล้วที่ประชาชนชาวไทยจะต้องทำอะไรสักอย่าง ในฐานะที่เป็นประชาชนต้องพยายามต่อสู้ทุกทาง เพราะหากเรารับฟังโดยไม่ถามอะไรเลย ก็จะไม่มีสิทธิเสรีภาพอีกต่อไป” ดร.ซี.เจ.ฮิงกิ กล่าว

จิตร์ทัศน์ ฝักเจริญผล อาจารย์จากภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บอกว่า การบล็อกไม่ใช้วิธีการแก้ปัญหา เนื่องจากในการเทคนิคสามารถหลบเลี่ยงได้ แค่การคลิกลิงค์เชื่อมโยงกลับไปกลับมาไปยังเวบไซต์ต่างๆ ที่ถึงแม้ในวันนี้จะทำไม่ยาก แต่ในอนาคตอันใกล้เชื่อว่าเทคนิคการบล็อกจะใช้ไม่ได้ผลอย่างแน่นอน

“ทางเลือกของการบล็อกที่ดีที่สุดคือ วิธีการเซ็นเซอร์การรับรู้ด้วยวิจารณญาณของตัวเองว่าจะเลือกดูหรือไม่ดู อะไรที่ไม่ชอบก็ไม่คลิกเข้าไปดู โดยไม่ต้องทำการบล็อกเวบทั้งหมดเพื่อจำกัดการรับรู้ของใคร เพราะถ้าจะให้ตามบล็อกเวบทุกเวบ เห็นที่งบประมาณของประเทศทั้งหมดก็คงจะไม่พอ” นายจิตร์ทัศน์ กล่าว

ขณะที่สงครามเซ็นเซอร์กำลังคุกรุ่นอยู่กับสื่อใหม่ ในแวดวงของสื่อเก่าอย่างภาพยนตร์เองยังเป็นไม้เบื่อไม้เมาไม่เลิก ดังเห็นจากกรณีภาพยนตร์เรื่อง แสงศตวรรษ หรือ Syndromes and a Century ที่กำกับโดย อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล เจ้าของผลงานภาพยนตร์เรื่องแนวอินดี้ อย่างสัตว์ประหลาด และสุดเสน่หา

ฟิล์มภาพยนตร์เรื่องดังกล่าวถูกยึดไว้ที่กองทะเบียน กรมตำรวจ เนื่องจากมีภาพและเนื้อหาที่กองเซ็นเซอร์มองว่าไม่เหมาะสม เช่น ฉากพระเล่นกีตาร์ และฉากที่เห็นพระเล่นเครื่องร่อน ด้วยเหตุผลว่าเป็นอาการที่ไม่เหมาะสมและผิดศีลธรรม ส่วนอีกสองฉากเป็นภาพที่หมอดื่มเหล้าในโรงพยาบาล กับภาพหมอที่จูบกับแฟนชี้ให้เห็นว่าอวัยวะเพศแข็งตัว เป็นฉากที่ไม่เหมาะสมและขอให้ตัดออก

ปรัชญา ปิ่นแก้ว นายกสมาคมผู้กำกับภาพยนตร์ มองว่า มาตรฐานการเซ็นเซอร์ในประเทศไทยยังคงล้าหลัง และไม่มีข้อกำหนดที่ชัดเจน มิเช่นนั้น หนังที่ทำเสนอภาพพระวิ่งหนีผี หรือพระทำอะไรเพื่อที่ให้คนดูตลกขบขัน รวมถึงหนังที่ใช้คำหยาบ คงไม่มีให้เห็นในโรงภาพยนตร์อย่างทุกวันนี้

ปัจจุบันเครือข่ายรณรงค์เพื่อเสรีภาพของภาพยนตร์ กำลังรวมตัวเพื่อเรียกร้องให้รัฐบาล ซึ่งนำโดยกระทรวงวัฒนธรรมที่กำลังจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เห็นความสำคัญของการรับรู้และแสดงออกผ่านสื่อทุกประเภทอย่างสมบูรณ์แบบ โดยให้ยกเลิก พ.ร.บ.ภาพยนตร์ ฉบับ 2473 ซึ่งเป็นกฎหมายที่ล้าหลังและล่วงละเมิดต่อสิทธิการรับรู้ของประชาชน พร้อมทั้งรับรองสิทธิเสรีภาพการแสดงออกผ่านสื่อทุกชนิด รวมถึงภาพยนตร์ โดยไม่เลือกปฏิบัติ โดยเป็นให้ผู้ที่เห็นด้วยลงชื่อผ่านเวบไซต์ www.petitiononline.com/nocut/pettition.html

“ระบบการจัดเรทติ้ง เพื่อจัดกลุ่มผู้ชม น่าจะเป็นการแก้ปัญหาที่มาได้ถูกทางที่สุด ดีกว่าการตัดและสั่งแบนทั้งหมด และปล่อยให้สังคมได้เรียนรู้และดูแลกันเอง คนที่ทำหนังก็มีวิจารณญาณส่วนหนึ่ง คนดูก็มีการบอกต่อถึงหนังที่มองว่าไม่เหมาะสม ขณะที่กลุ่มคนดูที่มีวิจารณญาณในการแยกถูกแยกผิด ก็น่าจะมีสิทธิได้รับรู้โดยไม่ถูกปิดกั้น” นายกสมาคมผู้กำกับภาพยนตร์ กล่าว

ขณะที่เครือข่ายรณรงค์เพื่อเสรีภาพของภาพยนตร์ กำลังเรียกร้องให้รัฐธรรมนูณฉบับใหม่เห็นความสำคัญของสื่อภาพยนตร์ ปัจจุบัน พ.ร.บ.อาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์ กำลังอยู่ในขั้นตอนของการพิจารณาเช่นเดียวกัน โดยบทลงโทษที่กำหนดในร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ นอกจากจะไม่เป็นธรรมต่อผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตในประเทศไทยที่ต้องรับผิดชอบ กรณีที่ปล่อยให้มีการนำเสนอเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมบนเวบไซต์ บทลงโทษของอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์ยังถึงขั้นรุนแรงถึงขั้นจำคุก 20 ปี ซึ่งร้ายแรงเทียบเท่ากับคดีฆ่าคนตาย

กฎหมายดิจิทัลฉบับนี้ ดูจะเป็นกฎหมายที่ไม่อยู่บนพื้นฐานของความจริงเอาเสียเลย


source: http://bangkokbiznews.com/2007/05/03/WW06_0602_news.php?newsid=67222

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

Follow

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 329 other followers